ความคล่องตัว

ความคล่องตัว

ความคล่องตัว เมื่อพูดถึงเรื่องการออกกำลังกาย การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และโยคะ ความยืดหยุ่น (flexibility) และความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกาย (mobility) ถือเป็นหนึ่งในหัวข้อที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับบทความนี้ Emine Basarir เทรนเนอร์ส่วนตัวและสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านสมรรถภาพร่างกายของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกาย และการประสานความยืดหยุ่นและความคล่องตัวเข้าด้วยกันเพื่อช่วยเสริมสมรรถภาพร่างกายขณะออกกำลังกายและเล่นกีฬาให้ดียิ่งขึ้น

ความคล่องตัว

 

เริ่มจากการเลือกเวลายืดเหยียดกล้ามเนื้อให้เหมาะสม และแนะนำท่าโยคะที่จะช่วยให้เราเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีขึ้น และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย

ความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกายแตกต่างกันอย่างไร
หากกล่าวแบบสรุป ความยืดหยุ่นก็คือความสามารถของกล้ามเนื้อที่จะยืดขยายออกไป ขณะที่ความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเรื่องการเคลื่อนไหวของข้อต่อในยามที่ร่างกายขยับเปลี่ยนท่าและเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้อย่างคล่องตัวและไม่รู้สึกยากลำบากหรือเจ็บปวด

ท่าบริหารร่างกายก่อนออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความคล่องตัว
โดยใช้เพียงน้ำหนักร่างกายของเราโดยก่อนออกกำลังกาย ให้บริหารร่างกายและเตรียมความพร้อมร่างกาย 4 ส่วน คือ  ข้อเท้า, สะโพก, กระดูกสันหลัง และไหล่ ระมัดระวังและขยับเคลื่อนไหวร่างกายในท่าต่าง ๆ ให้มีความคล่องตัว เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและช่วยให้ข้อต่อในร่างกายเคลื่อนไหวได้หลากหลายแบบ เราสามารถฝึกท่าบริหารร่างกายดังต่อไปนี้

ท่าบริหารร่างกายหลังออกกำลังกาย เพื่อสร้างความยืดหยุ่น
โดยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบ static stretching จะใช้เวลานานกว่าแบบ dynamic stretching หลังออกกำลังกาย ให้ยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบมีการเคลื่อนไหว (dynamic stretching) หรือยืดเหยียดแบบหยุดค้างเป็นระยะ (static stretching) เพื่อให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

สิ่งที่เรามักทำผิดพลาดกันบ่อย ๆ เวลาออกกำลังกายก็คือยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบ static stretching ก่อนออกกำลังกาย ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บเนื่องจากเราพยายามยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่เย็นและตึงอยู่

ที่เราต้องทำก็คือ ให้ยืดเหยียดและถนอมกล้ามเนื้อที่เพิ่งออกกำลังกายมาใหม่ ๆ การยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายจะช่วยบรรเทาอาการตึงของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการออกกำลังกาย และช่วยลดการปวดเมื่อยหลังออกกำลังกายด้วย

โยคะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความยืดหยุ่นให้ร่างกายได้อย่างไร
เมื่อเราเข้าใจความแตกต่างระหว่างความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกายและความยืดหยุ่นของร่างกายแล้ว เราก็จะมาพูดถึงวิธีการที่โยคะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายสุขภาพและรูปร่างที่ดียิ่งขึ้น เพราะโยคะช่วยเรื่องกล้ามเนื้อและข้อต่อ จึงอยากแนะนำให้เล่นโยคะหลังออกกำลังกายหรือเล่นในวันถัดไปแทน

โยคะบางประเภทจะต้องอาศัยความคล่องตัวและความยืดหยุ่นมากกว่าแบบอื่น ยกตัวอย่างเช่น แอ็คโครโยคะ (Acro Yoga) ที่จะทดสอบขีดความสามารถร่างกายคุณในเรื่องความคล่องตัวและความยืดหยุ่น  ในขณะที่ บูโดคอน โยคะ (Budokon Yoga) เป็นโยคะอีกรูปแบบที่ไม่เพียงต้องอาศัยทั้งความคล่องตัวและความยืดหยุ่นของร่างกายเท่านั้น แต่ยังต้องมีพละกำลังและความแข็งแรงของร่างกายด้วย

ใช้ท่านี้เพราะจะช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อ psoas ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่เชื่อมต่อกระดูกสันหลัง กับขา และช่วยยืดเหยียดบริเวณขาหนีบ และกล้ามเนื้อ adductor ที่อยู่บริเวณต้นขาด้านใน การยืดเหยียดต้นขาออกไปจะช่วยยืดกล้ามเนื้อสะโพกและลดอาการตึงของเส้นประสาทไซอาติก (sciatic nerve) ซึ่งแนะนำให้ผู้ที่มีอาการโรคปวดร้าวลงขา (sciatic problems)

โยคะท่าพวงมาลัย
ท่าพวงมาลัยช่วยยืดเหยียดสะโพกและต้นขาด้านใน รวมถึงกระดูกสันหลัง ท่านี้จะช่วยบริหารอุ้งเชิงกรานและข้อต่อสะโพกได้ดี

 

การทำงานประสานกันระหว่างความคล่องตัวและความยืดหยุ่น

 

ความคล่องตัวและความยืดหยุ่นอาจเป็นศัพท์คนละความหมายกัน แต่ในทางปฏิบัติมันทำงานประสานกันเพื่อช่วยเสริมสมรรถภาพร่างกายโดยรวมของคุณขณะออกกำลังกายและเล่นกีฬาให้ดียิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น หัวไหล่ที่มีอาการตึงอาจทำให้คุณมีปัญหากับข้อต่อเวลาขยับร่างกาย ดังนั้นหมั่นฝึกการออกกำลังกายที่เพิ่มทั้งความยืดหยุ่นและความคล่องตัวสำหรับตารางออกกำลังกายในแต่ละวัน

โยคะเป็นการบริหารร่างกายเพิ่มเติมชั้นดีหลังออกกำลังกายหรือเล่นในวันถัดไป จำไว้ว่า ถ้าคุณสังเกตว่าข้อต่อหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายคุณมีความแข็งตึง ก็ควรฝึกท่าออกกำลังกายให้ถูกวิธีและเหมาะสมเพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการบาดเจ็บ

Mobility เทคโนโลยีแห่งความคล่องตัว คือ อะไร?

วิธีการเหล่านี้ทำให้การทำงานสะดวกรวดเร็วขึ้นในหลากหลายมิติ สร้างความคล่องตัวขึ้นในกระบวนการต่าง ๆ รวมทั้งพลิกโฉมสิ่งที่เคยเป็นมาได้อย่างหมดจด เทคโนโลยีในปัจจุบันมีขนาดเล็กลงและทรงอานุภาพขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนจากสิ่งเหล่านี้ทำให้การทำงานสะดวกรวดเร็วขึ้นในหลากหลายมิติ สร้างความคล่องตัวขึ้นในกระบวนการต่าง ๆ รวมทั้งพลิกโฉมสิ่งที่เคยเป็นมาได้อย่างหมดจดโทรศัพท์มือถือที่ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 20 ปี ในการเปลี่ยนจากโทรศัพท์เครื่องใหญ่เสายาว ขนาดเกือบเท่าแขนไม่มีระบบซิมการ์ดมาจนกลายเป็นสมาร์ทโฟนแบบในปัจจุบันที่เป็นได้ทั้งการโทรออก คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก หรืออาจจะเรียกว่าเป็นประตูสู่โลกใบใหม่ หรือจะเป็นเครื่องตรวจวัดความดันแบบพกพาที่มีขนาดเล็กและสามารถรายงานสุขภาพได้อย่างทันท่วงที นี่คือตัวอย่างของเทคโนโลยีที่มีขนาดเล็กลงและสามารถใช้งานได้ในทุกสถานที่

ระบบที่ใช้กับอุปกรณ์พกพาหรืออุปกรณ์อื่นใดก็ตามที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายไม่ยึดติดกับโครงสร้างถาวร ส่วนมากเราอาจคุ้นเคยกับ Mobility ในด้านของยานยนต์ การขนส่ง แต่ในนิยามของ Cambridge Dictionary ระบุไว้ว่า Mobility นั้นหมายถึงความสามารถในการเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ หรือเคลื่อนย้ายได้ง่าย [the ability to move freely or be easily moved] ดังนั้นบทความนี้จึงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่เพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีสวมใส่ เทคโนโลยีพกพา เพื่อการสนับสนุนศักยภาพของแรงงานให้ดียิ่งขึ้น

รู้จักความแข็งแกร่งของอุปกรณ์ Mobility (Feature)

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการมาถึงของ IoT + Big Data โลกที่เป็นหนึ่งอย่างแท้จริงจึงเกิดขึ้นภายใต้ชื่อ Digital ที่ได้รวมข้อมูลและศักยภาพที่สั่งสมกันมาในอารยธรรมนุษย์เพื่อส่งต่อความสำเร็จภายใต้เทคโนโลยีีที่เรียบง่ายมากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มความสามารถต่าง ๆ ของมนุษย์ผ่านอุปกรณ์พกพาและเทคโนโลยีแบบสวมใส่ ความท้าทายเดิมหรือปัญหาที่มีอยู่ในการทำงานจะถูกปลดล็อคด้วยโอกาสที่เกิดจากความคล่องตัว และคุณค่าในศักยภาพของมนุษย์จะถูกทำให้ชัดเจนมากยิ่งกว่าที่เคยมีด้วยจุดเด่นเหล่านี้

เข้าถึงในทุกพื้นที่

ด้วยความสามารถในการพกพาและเคลื่อนย้ายทำให้อุปกรณืเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ในหลากหลายพื้นที่ที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เช่น การเคลื่อนย้ายเครื่องเชื่อมแรงสูงแบบพกพาเพื่อทำการซ่อมบำรุงในแม่พิมพ์โดยไม่ต้องแยกชิ้นส่วนประกอบ หรือทำการตรวจสอบพื้นผิววัสดุในพื้นที่ที่มีพื้นที่น้อย

Real-Time

เมื่อสามารถเข้าถึงได้ในทุกพื้นที่และอยู่ในทุกกิจกรรมของการทำงานได้ อุปกรณ์เคลื่อนที่สมัยใหม่ส่วนใหญ่สามารถรายงานผลแบบ Real-Time ได้ทั้งผ่านเครือข่ายภายในและระบบเครือข่ายออนไลน์ ทำให้สามารถติดตามการทำงานและบันทึกข้อมูลได้ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต้นทุนในการใช้งานต่ำ

อุปกรณ์ที่สามารถพกพาได้โดยพื้นฐานแล้วด้วยขนาดที่เล็กกว่ามักมีราคาที่ต่ำกว่า ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่ต่ำกว่าโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ของความสามารถในการทำงานที่เกิดขึ้น 

Remote Support & Intelligent Dashboard

ความสามารถในการสั่งงานและสนับสนุนจากนอกพื้นที่ส่งตรงสู่พื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือทำให้สามารถจัดการปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมผ่านเครือข่ายออนไลน์ Team Viewer หรือการใช้ Dashboard สำเร็จรูปจากผู้ให้บริการที่จะทำให้การบริหารจัดการเป็นเรื่องง่าย

เสริมความสามารถขยายข้อจำกัดทางกายภาพของมนุษย์

การทำงานของมนุษย์ล้วนมีข้อจำกัดทางกายภาพและสภาพจิตใจ เป็นการแข่งขันกันด้วยทรัพยากรมนุษย์ที่หาความเสมอภาคหรือความสม่ำเสมอในตัวแรงงานที่ไม่ยั่งยืน การใช้อุปกรณ์เสริมที่สามารถพกพาหรือสวมใส่ได้จะสามารถยกระดับและเพิ่มความสามารถในการทำงานเหล่านั้นให้มีมาตรฐานได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทเคโนโลยีเพื่อเเสริมศักยภาพทางกายภาพ เช่น การมองเห็น การยกของ หรือใช้ซอฟต์แวร์พกพาเพื่อทำการเก็บข้อมูลได้อย่างครบถ้วนเมื่อผสานกับการตัดสินใจและการลงมือของมนุษย์

มื่อพันธนาการหรือเงื่อนไขพังทลายลง การทำงานในรูปแบบเดิม ๆ ถูกปรับเปลี่ยนให้มีรูปแบบที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ภายใต้ความต้องการเดิมแต่กระบวนการจะเกิดขึ้นอย่างเรียบง่าย ชัดเจน โปร่งใส และสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจากเดิม โดยผลลัพธ์จากการใช้งานเทคโนโลยี Mobility จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แต่ทั่วถึงในทุกหน่วยของการทำงาน และเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ในภาพรวมของการแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม และผลลัพธ์เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เทคโนโลยี Mobility ทำได้เท่านั้น

ความสามารถในการบริหารจัดการที่ครบครัน

อุปกรณ์พกพานั้นสามารถที่จะนำไปใช้งานได้ในพื้นที่ที่แตกต่างกัน การปฏิบัติการณ์ไม่จำเป็นต้องประจำอยู่แต่ในพื้นที่หรือสถานีอีกต่อไป หรือสามารถใช้เครื่องไม้เครื่องมือขนาดกะทัดรัดเพื่อเข้าดำเนินการในพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยวิธีการทำงานแบบเดิม ๆ ทำให้สามารถบริหารจัดการและเก็บข้อมูลได้อย่างแม่นยำและใกล้ชิดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งกว่าเดิมแม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่

ยกระดับความปลอดภัย

แม้ว่าการทำงานในพื้นที่ที่มีการเฝ้าระวังและอุปกรณ์้องกันรายล้อมจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ในการแข่งขันทางธุรกิจต้องการการปรับเปลี่ยนที่มีผลต่อความคล่องตัว อุปกรณ์เคลื่อนที่ที่เหมาะสมสามารถป้องกันให้เกิดเหตุไม่คาดคิดสำหรับการทำงานนอกพื้นที่เฉพาะได้ เช่น การใช้เซนเซอร์ตรวจจับมลภาวะในพื้นที่ หรือใช้สำรวจตรวจจับภาพความร้อนในพื้นที่เป็นต้น

ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว

แน่นอนว่าหากสามารถทำงานได้โดยไร้ข้อจำกัดของพื้นที่แล้ว การทำงานจะสามารถเห็นผลได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์และบริหารจัดการผ่าน Dashboard ของอุปกรณ์ออนไลน์ หรือการซ่อมบำรุงเครื่องจักรขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องถอดประกอบซึ่งทำให้เกิด Downtime เป็นระยะเวลานาน รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองทางกายภาพที่รวดเร็วเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ลดความผิดพลาดในการทำงาน

เทคโนโลยีพกพาสามารถลดขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ ลงได้ด้วยระบบสำเร็จรูปที่ทำให้ขั้นตอนที่ยืดเยื้อทั้งหลายกลายเป็นเรื่องง่าย สะดวก รวดเร็ว การที่แรงงานจะต้องจดจำทุกขั้นตอนและการบันทึกรายละเอียดจำนวนมากภายใต้การทำงานที่กดดันสามารถทำให้เกิดความหลงลืม หรือความผิดพลาดได้โดยง่าย  ทั้งยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับในฐานข้อมูลได้สำหรับกรณีที่อุปกรณ์นั้นถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับ IoT

เทคโนโลยีและอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่น่าสนใจในงานอุตสาหกรรม

และสำหรับบางโรงงานที่มีข้อห้ามในการนำอุปกรณ์พกพาส่วนตัวมาใช้ในพื้นที่ยังมีการใช้สมาร์ทโฟนที่ถูกพัฒนาเพื่อทำงานโดยเฉพาะในโรงงานขึ้นมาอีกด้วย แน่นอนว่าอุปกรณ์พกพาขั้นพื้นฐานที่นิยมใช้ในชีวิตประจำวันอย่างคอมพิวเตอร์พกพา แท็บเบล็ต สมาร์ทโฟน หรือแม้กระทั่งกลุ่มเทคโนโลยีสวมใส่อย่างนาฬิกาที่สามารถตรวจวัดชีพจร GPS ได้นั้นกลายเป็นเรื่องปรกติสามัญในชีวิตประจำวันไปแล้ว ซึ่งผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีบางอย่าง เช่น ซอฟท์แวร์หรือแอปพลิเคชันนั้นนับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจจากการต่อยอดของอุปกรณ์พกพา ซึ่งในวันนี้ Modern Manufacturing ขอนำเสนอเทคโนโลยี Mobility บางส่วนในงานอุตสาหกรรมที่น่าสนใจดังนี้ครับ

QR Code

การติดตามข้อมูลย้อนกลับว่าผลิตผ่านขั้นตอนใดบ้าง หรือสามารถใช้ในการเข้าถึงข้อมูลของเครื่องจักรเพื่อตรวจสอบสถานะและระบุปัญหา QR Code หรือบาร์โค้ดแบบสามมิติที่เราคุ้นชินกันจากการใช้งาน Line การนลงทะเบียน หรือบนปกภาพยนต์ ในงานอุตสาหกรรมนั้นบาร์โค้ดสามมิตินี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานเพื่อตรวจสถานะการผลิตของชิ้นส่วน  หรือใช้งานร่วมกับ AR เพื่อการทำงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เซนเซอร์ IoT แบบฝังตัว 

นอกจากนี้ยังมีราคาถูกสามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น เซนเซอร์ที่ใช้กับ Arduino ในการตรวจจับสัญญารภาพ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเซนเซอร์นั้นถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำงานยุคปัจจุบัน หรือการทำงานภายใต้แนวคิดเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างยุค 4.0 เซนเซอร์ที่ใช้งานในยุคปัจจุบันมีขนาดเล็ก สามารถตอบสนองความต้ิงการในการใช้งานได้อย่างครอคลุมในทุกกิจกรรม  หรือความร้อนสามารถหาซื้อได้ตามแหล่งขายออนไลน์หรือบ้านหม้อ ในขณะที่เซนเซอร์แบบ Portable คุณภาพสูงจากผู้ผลิตมีชื่อเสียงจะมาพร้อมกับความสะดวกสบายในการติดตั้งและใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์ที่ติดตั้งตามเครื่องจักรหรือท่อต่าง ๆ ในโรงงานเพื่อวัดค่าความสั่นสะเทือนและส่งกลับมายัง Server เพื่อทำการวิเคราะห์ แก้ไข รวมถึงวางแผนการซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

System Stone

ระบบการบริหารจัดการงานซ่อมบำรุงอัจฉริยะที่สามารถใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชันหรือเบราเซอร์ต่าง ๆ ที่ได้รับการพัฒนาโดย Startup ชาวไทย ที่ถูกออกแบบ UI/UX มาเป็นอย่างดีเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ทำให้ขั้นตอนในการซ่อมบำรุงเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้วด้วยการทำงานผ่านสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ท่ีมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ท

โดยคำสั่งและรายละเอียดจะถูกบันทึกเข้าสู่ระบบทำให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ผู้แจ้งสามารถระบุปัญหาผ่าน System Stone พร้อมแนบรูปถ่ายเพื่อรายละเอียดที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับการแจ้งซ่อม จากนั้นผู้ดูแลจะทำหน้าที่แจกจ่ายงานซ่อมบำรุงไปยังเจ้าหน้าที่ ด้วยวิธีนี้ทำให้สามารถดำเนินการซ่อมบำรุงได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอเอกสาร นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบอะไหล่ในคลังสินค้าได้ทันทีเพื่อทำการเบิกจ่ายได้อย่างรวดเร็ว นอกจากความสามารถในการทำงานที่รวดเร็วแล้ว การแสดงผลผ่าน Dashboard นั้นยังสนับสนุนให้เกิดการซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ที่มีประสิทธิภาพด้วยการเสนอข้อมูลที่ทำความเข้าใจได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้การใช้ประโยชน์จาก IoT ในการประสานงานและเก็บข้อมูลทำให้สามารถลดขั้นตอนและประหยัดเวลาการทำงานได้ถึง 90% และด้วยความรวดเร็วในการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ Downtime ลดลงกว่า 30% มั่นใจได้ว่าความสามารถของ System Stone จะนั้นไม่แตกต่างจากผู้ให้บริการระดับนานาชาติ แต่ด้วยความที่เป็นนักพัฒนาชาวไทยทำให้มีต้นทุนในการใช้งานที่ต่ำกว่ามาก นอกจากนี้ยังมีการอัพเดทและปรับปรุงระบบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าระบบจะมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องให้มีความทันสมัยและสามารถตอบสนองต่อการทำงานได้ตลอดเวลาอายุการใช้งาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *