การฝึกกีฬา

การฝึกกีฬา

การฝึกกีฬา การเล่นกีฬาเฉพาะด้านคืออะไร ?

โดยทั่วไปแล้วนั้นการเล่นกีฬาเฉพาะด้านนั้นหมายถึงการเล่น (หรือฝึกฝน) กีฬาชนิดเดียวตลอดทั้งปี มีการศึกษาในนักกีฬาเด็กที่ให้เด็กจัดระดับการฝึกกีฬาเฉพาะด้านของตัวเอง โดยแต่ละข้อต่อไปนี้มีคะแนน 1 คะแนนและทั้งหมดมีคะแนนเต็มคือ 6 คะแนน

การฝึกกีฬา

  • ฝึกซ้อมกีฬาเพียงชนิดเดียวมากกว่า 75%
  • ฝึกเพื่อพัฒนาทักษะหรือใช้เวลากับเพื่อนน้อยลงเนื่องจากต้องเข้าร่วมการฝึก
  • เลิกเล่นกีฬาอย่างอื่นเพื่อเน้นที่กีฬาชนิดเดียว
  • คิดว่ากีฬาชนิดเดียวมีความสำคัญมากกว่ากีฬาชนิดอื่น
  • เดินทางออกนอกรัฐบ่อย ๆ
  • ควรใช้เวลาฝึกซ้อมมากกว่า 8 เดือนใน 1 ปีหรือเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 6 เดือนใน 1 ปี

วิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นศาสตร์หนึ่งที่จะช่วยในการที่จะปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย จิตใจ รวมถึงการปรับปรุงการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย ทำงานอย่างประสานกันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

กายวิภาคจึงทำให้เป็นเรื่องของโครงสร้างของร่างกาย ที่ประกอบขึ้นเป็นรูปร่างสัดส่วนของร่างกาย นักกีฬาแต่ละคน ได้แก่ กระดูก กล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ หัวใจ ปอด หลอด เลือด เม็ดเลือดแดง เซลล์ประสาท เป็นต้น ดังนั้นจึงจะเห็นได้เลยว่าวิทยาศาสตร์การกีฬา ประกอบด้วยส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวนักกีฬา ทีมงาน และระบบการจัดการ ทั้งสามด้านนั้นจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การกีฬาแต่ละประเภทนั้นได้ผล

ตัวอย่างเช่น หากถ้าเราจะวิจัยเรื่ององค์ประกอบที่ทำให้นักมวย ประสบความสำเร็จในการชกนั้น มันมีองค์ประกอบอะไรบ้างก็จะต้องมาวิจัยในเรื่องของ หลักการในการฝึก รูปแบบวิธี ความหนักเบา โปรแกรมการฝึกซ้อมที่ถูกต้อง อายุ เพศ วัย ประสบการณ์ ความแตกต่างระหว่างบุคคล เหมาะสมกับนักกีฬา แต่ละบุคคล การวางแผนการฝึกซ้อมในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สารอาหาร แหล่งพลังงานที่ใช้ในการฝึกซ้อมกล้ามเนื้อของนักมวย ดังนั้นการรู้จักเลือกรับประทานอาหาร ให้ถูกหลักโภชนาการและเหมาะสมกับกีฬามวย จึงสำคัญและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึก ทั้งในช่วงการฝึก การแข่งขันและ หลังการแข่งขัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแข่งขัน สภาพจิตใจนักกีฬา มีผลต่อการแข่งขัน ทั้งหมดที่กล่าวมา จะจ้องนำมาเป็นตัวแปรในการวิจัยทั้งสิ้น

เมื่อมีการวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การกีฬา จะทำให้มีการศึกษาในเรื่องของการฝึกซ่อม โภชนาการ หรือว่าประดิษฐ์การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ ช่วยสนับสนุนในการกีฬาได้ด้วย เพื่อส่งเสริมตลอดจนการแก้ไขปัญหา ข้อบกพร่องให้กับนักกีฬาเพื่อเพิ่ม ศักยภาพและประสิทธิภาพให้กับผู้ฝึกสอนกีฬาและนักกีฬา การวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา จะช่วยในการบูรณาการวิทยาศาสตร์การกีฬา ทุกสาขาเพื่อพัฒนา ศักยภาพของนักกีฬา โดยสอดคล้องกับวงจรของ ระยะเวลาการฝึกซ้อม ภายใต้ความร่วมมือกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญ วิทยาศาสตร์การกีฬากับผู้ฝึกสอน นำไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงของการเล่นกีฬาเฉพาะด้าน

จากการศึกษาพบว่าผู้ที่มีคะแนนเฉพาะด้านสูงกว่าจะเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬามากกว่า การบาดเจ็บจากการใช้งานมากเกินไปนั้นเป็นหนึ่งในเรื่องใหญ่ที่ต้องกังวลเมื่อนักกีฬาฝึกฝนกีฬาชนิดเดียว

นอกจากนั้นการฝึกกีฬาเฉพาะด้านอาจจำกัดการพัฒนาด้านการเคลื่อนไหวตามปกติ หากเด็กใช้เวลาทั้งหมดไปกับการฝึกซ้อมฟุตบอล พวกเขาก็จะไม่ได้เรียนรู้หรือพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการว่ายน้ำ เล่นวอลเลย์บอล หรือปั่นจักรยาน ผู้เล่นซอฟต์บอลอาจใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกโยนลูกแทนการวิ่งหรือฝึกรับลูก

การเล่นหรือฝึกซ้อมกีฬาเพียงชนิดเดียวยังอาจทำให้เกิดอาการวิตกกังวลและรู้สึกท้อถอยได้ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการฝึกกีฬาเฉพาะด้านเป็นการนำความสนุกออกไปจากการเล่นกีฬา การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Sport Behavior รายงานว่ามีผู้ใหญ่วัยรุ่นซึ่งเคยฝึกกีฬาเฉพาะด้านมาก่อนในสมัยเด็กมีแนวโน้มที่จะเล่นกีฬาน้อยลงเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เด็กที่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเล่นกีฬาเพียงอย่างเดียวอาจจะพลาดโอกาสในการลองเล่นกีฬาอื่น ๆ ที่ตัวเองอาจจะชอบเล่นไป เนื่องจากพวกเขาไม่มีโอกาสได้ลองกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไปมากนัก

สุดท้ายก็คือไม่มีอะไรการันตีได้ว่าการฝึกกีฬาเฉพาะด้านนั้นจะทำให้ประสบความสำเร็จในอาชีพนักกีฬาไม่ว่าคุณและลูกของคุณจะต้องผ่านแรงกดดันมากขนาดไหนก็ตาม​ (หากเขาไม่เล่นกีฬาในทีมที่เดินทางไปแข่งขันที่อื่นในตอนนี้แล้วละก็ เขาก็อาจจะไม่ได้เล่นกีฬาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและอาจจะไม่ได้ทุนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย)

นายแพทย์ John P. DiFiori ประธานสมาคมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาและแพทย์ประจำทีมนักกีฬาของมหาวิทยาลัย UCLA ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในที่ประชุมสมาคมว่า “จากข้อมูลในปัจจุบันพบว่าความน่าจะเป็นที่จะสามารถเล่นกีฬาได้จนถึงระดับสูงด้วยวิธีการนี้นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก นอกเหนือจากกีฬาบางประเภท เช่น ยิมนาสติกที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนมีอายุน้อย ในความจริงแล้ว การศึกษาบางชิ้นยังพบว่าการฝึกกีฬาเฉพาะด้านเร็วเกินไปนั้นมักจะไม่ได้ทำให้ประสบความสำเร็จมากกว่าการเข้าร่วมกีฬาหลายชนิดในวัยเด็กแล้วจึงฝึกกีฬาเฉพาะด้านเมื่อโตขึ้นภายหลัง”

ข้อดีของการฝึกกีฬาเฉพาะด้าน

เมื่อลูกของเราเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้วนั้น การฝึกกีฬาเฉพาะด้านก็จะไม่ได้มีความเสี่ยงมากเหมือนเมื่อก่อนและยังอาจเป็นประโยชน์อีกด้วย การฝึกเฉพาะด้านทำให้เด็กสามารถพัฒนาทักษะในกีฬานั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี และหากพวกเขาประสบความสำเร็จก็จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับความสามารถของพวกเขา พวกเขาอาจได้เดินทางไปหลาย ๆ ที่และพบเจอกับผู้คนหลายกลุ่ม และแน่นอนบางคนอาจจะได้รับทุนการศึกษาด้านกีฬาหรือสร้างอาชีพให้กับตัวเองในสายนี้ได้ หากลูกของคุณชื่นชอบการเล่นกีฬาอย่างมาก มีความสุขกับการเล่น รู้จักระมัดระวังและลดความเสี่ยงที่จะได้รับการบาดเจ็บ การฝึกกีฬาเฉพาะด้านก็อาจเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์เช่นกัน

ความจำเป็นของการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย

สมรรถภาพทางกาย เป็นความสามารถของบุคคลในอันที่จะใช้ระบบต่างๆ กระทำกิจกรรมใดๆ อันเกี่ยวกับการแสดงออกซึ่งความสามารถทางร่างกายได้ อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถฟื้นตัวกลับสู่สภาวะปกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว เราจะทราบได้ว่าเรามีสมรรถภาพทางกายในด้านในมากหรือน้อย ก็โดยการทดสอบสมรรถภาพทางกายด้วย แบบทดสอบมาตรฐาน เมื่อเรามีสมรรถภาพทางกายในด้านใดน้อย เราก็สามารถเสริมสร้างขึ้นมาได้ด้วยการกำหนดการฝึกหรือออกกำลังกายต่อไป

การเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย เป็นการปรับปรุงสภาวะของร่างกายให้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายมีประสิทธิภาพในการทำหน้าที่สูง และมีการประสานงานกันของระบบต่างๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี

ความสำคัญและความจำเป็นในการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย
ปัจจัยหลักที่ทำให้คนเราดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นปกติสุข ได้แก่ อาหาร น้ำ อากาศ แสงแดด การออกกำลังกาย การพักผ่อน และสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ จะเห็นได้ว่าการออกกำลังกายนับเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก เพราะเป็นกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวอันเป็นบ่อเกิดแห่งพัฒนาการด้านต่างๆ

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสามารถทำให้มนุษย์ได้รับความสะดวดสบายยิ่งขึ้น ผลทางมุมกลับที่เกิดขึ้นก็คือ การขาดการออกกำลังกาย ซึ่งความเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะตามมา เช่น ความอ้วน โรคความดันเลือดสูง โรคเกี่ยวกับหัวใจ เป็นต้น

การออกกำลังกาย จะทำให้ช่วยเพิ่มพูนสมรรถภาพทางกายแล้ว ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก เช่น รูปร่างดีขึ้น ชะลอความเสื่อมของอวัยวะ ช่วยให้ผู้มีอาการผิดปกติมีอาการดีขึ้น ระบบขับถ่ายดีขึ้น นอนหลับได้ดีขึ้น พลังทางเพศดีขึ้น หัวใจ ปอดและหลอดเลือดทำหน้าที่ได้ดีขึ้น ช่วยให้อาการของโรคหลายโรคดีขึ้น ช่วยให้ตั้งครรภ์และคลอดได้ง่ายขึ้น ช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลเพราะมีแอนติบอดีสูง สรุปแล้วก็คือความมีสุขภาพดีนั่นเอง

  หลักการสื่อสารที่ดีต่อนักกีฬา ( Communication) 

     1. การเลือกวิธีการให้หรือสื่อความให้เหมาะสมกับผู้ รับ ทั้งด้านวุฒิภาวะ    เพศ   วัย ระดับความสามารถและวิธีการ ที่เหมาะสมกับแต่ละคน แต่ควรระวัง  เรื่องความไม่ยุติธรรม น้ำเสียงและน้ำคำที่ใช้ควรเป็นด้วยความเห็นใจ และ  จริงใจ

      2. การส่งผลย้อนกลับทั้งที่เป็นคำพูดและไม่ใช่คำพูด เพื่อสนองตอบต่อ  การเล่น และควรเป็นไปในทางที่ดีและให้ทันทีหลังพฤติกรรมนั้น เป็นการให้  เพื่อแก้ไขการเล่นให้ดีขึ้น ดังนั้น หากเป็นการให้ผลย้อนกลับโดยใช้คำพูดควร  เป็นคำอธิบายที่บ่งชัดถึงจุดที่ต้องแก้ไขและวิธีการแก้ไขเข้าใจง่าย นอกจากนี้  อาจใช้สัญญาณหรืออากัปกิริยา เช่น ยิ้ม พยักหน้า ยกนิ้วให้เพื่อสนองต่อการ  เล่นที่ดีซึ่งเป็นการสื่อสารเพื่อสานความสัมพันธ์ระหว่างนักกีฬาและโค้ช

      3. ตะหนักถึงแรงผลักดัน ( Reinforcement power) เ พื่อปรับพฤติกรรมนักกีฬาให้เป็นไปในทางที่ต้องการ และเป็นกระตุ้น ให้กำลังใจเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และท้าทายให้นักกีฬาฝึกปฏิบัติ

นักรบเดินด้วยท้อง เมื่อใดนักกีฬาขาดการบำรุงด้วยอาหารที่ดีย่อมขาดประสิทธิภาพในการแข่งขัน ผมกล่าวเช่นนี้เพราะโภชนาการสำหรับนักกีฬาถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ผมจัดให้เป็นอันดับหนึ่งเพราะ นักกีฬาที่ดีย่อมเริ่มจากการมีร่างกายที่พร้อมสมบูรณ์ มีการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ มีการเตรียมความพร้อมโภชนาการมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ดื่มนม และอาหารหลัก 5 หมู่อย่างถูกต้อง เรื่องง่ายๆ ที่ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับนักกีฬาตัวน้อยๆ เราเองไม่ควรละเลย หลายท่านบ่นเรื่องการไม่ยอมทานอาหารของลูก อาจมาจากการห่วงเล่น ทานอาหารยาก เลือกที่จะไม่กินผัก ไม่กินนม บางท่านผมเจอมากับตัวเอง ลูกชายอายุ 11 ปี เป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน ฝึกฟุตบอลกับทางโรงเรียนทุกเย็นเสาร์อาทิตย์มีแข่งตลอด คุณคิดดูว่าเด็กอายุ 11 ปี ต้องฝึกกีฬาวันละ 2-3 ชั่วโมง ตลอดสัปดาห์ และช่วงวันหยุดก็ต้องไปแข่งขัน สภาพร่างกายกรอบแน่ๆ ครับ

ด้วยความที่ผู้ปกครองเองก็รักที่จะเห็นลูกหลานแข่งขัน และซ้อมอย่างหนัก หวังดีครับแต่ไม่ได้มองผลที่จะเกิดขึ้นตามมา ผมเคยเตือนและให้คำแนะนำเนื่องจากเด็กคนนี้เคยฝึกอยู่กับผมช่วงหนึ่ง คุณแม่ของเด็กถามว่าทำอย่างไรลูกชายจึงจะตัวใหญ่ขึ้นเพราะลูกไม่ยอมกินนม และกินข้าวน้อย ผมเองมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเด็ก จึงลองพูดให้คุณแม่ของเด็กลองทบทวนดูว่า สาเหตุที่เด็กไม่กินนมบำรุงร่างกายเพราะเด็กไม่ยอมกิน หรือขาดการบังคับเพราะบางเรื่องผู้ปกครองต้องใจแข็งพยามยามให้เด็กกินนม กล่อง หรือนมสด ซึ่งไม่เป็นพิษอะไรกับเด็ก อาจมีผลบ้างเล็กน้อยตัวอย่างเช่นเด็กอาจท้องอืดบ้าง แต่ในเด็กวัยนี้จะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร อาจลองหลายยี่ห้อ หรือลองเปลี่ยนนมว่าเป็นนมกล่อง หรือนมสด อย่างไหนที่เด็กพอกินได้

เรื่องการรับประทานข้าวต้องให้ตรงเวลา อย่าปล่อยให้เล่นเลยเวลาทานข้าวเด็กจะเคยตัวและทานข้าวไม่ได้เนื่องจากอาจ กินขนมขบเคี้ยวไปมาก หรือกินน้ำหวานไปมาก ตรงนี้เรื่องสำคัญเลย เพราะรายของเด็กคนนี้ชอบกินน้ำหวานมาก และกินมากกว่าปกติ ผมจึงชี้แจงไปว่า น้ำหวานให้สารอาหารประเภทน้ำตาล คือกินเข้าไปแล้วช่วยเรื่องภาวะขาดน้ำตาล และน้ำในร่างกาย ไม่ได้ช่วยในเรื่องของการให้พลังงานเหมือนข้าว สิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กในตอนนี้ก็คือ การซ้อมฟุตบอลที่หนักเกินไป ร่างกายขาดน้ำมาก และอ่อนเพลีย ต้องการน้ำและน้ำตาลไปเลี้ยงร่างกาย ทว่าเมื่อกินน้ำหวานและขนมหวานๆ เข้าไปมากเกินไปจึงเกิดอาการอิ่มแน่นท้อง ไม่สามารถกินข้าวเข้าไปได้อีก ในปริมาณที่เพียงพอต่อการใช้พลังงาน ร่างกายก็ทรุดโทรมลง กล้ามเนื้อก็เริ่มแห้ง ขาดสภาพการฟื้นฟูที่เหมาะสม สรุปก็คือ ร่างกายอยู่ในภาวะที่ถูกเร่งให้แข็งแกร่งก่อนวัยอันควร กลายเป็นกล้ามเนื้อที่ขาดการเติบโตต่อเนื่องตามวัยหรือที่เรียกว่า “แกร็น” สาเหตุก็เกิดจากการซ้อมหนัก หรือโอเวอร์ เทรนนิ่ง เด็กอาจดูมีความคล่องตัว แข็งแรง แต่นี่ไม่ใช่วัยที่เราจะฝึกเขาอย่างหนัก เพียงเพื่อให้สามารถแข่งขันเอาชนะเพื่อนรุ่นเดียวกัน

หลังจากเราได้ชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ว ผมเองก็ได้เฝ้ามองผลว่าจะได้มีการแก้ไขตามที่ผมแนะนำไปหรือไม่ ผลก็คือหลังจากนั้นอีกสองปีกว่า เด็กคนนี้โตขึ้นเล็กน้อยจากเดิม เมื่อเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันคือ 13 ปี เพื่อนๆ โตกว่ามาก มีพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์ ตามวัย สอบถามผู้ปกครองก็คือ เด็กยังคงซ้อมหนักเพื่อความสำเร็จในการแข่งขันระดับกีฬานักเรียนมากกว่าที่ จะเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักกีฬาที่แท้จริงในช่วงอายุ 18 ปี นี่จึงเป็นอีกกรณีศึกษาที่ผมหยิบเอามาเล่าให้ฟังถึงภาวะโภชนาการที่ท่านทั้ง หลายปล่อยให้มันผ่านไปแล้วเราจะไม่อาจสร้างฟื้นกลับมาได้อีกเมื่อเด็กเติบโต ไปตามวัย และจากความที่ร่างกายขาดสารอาหารที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อและพลังงานสะสม เพียงอย่างแรกที่ผมกล่าวมาก็น่าจะเห็นภาพได้บ้างว่า เยาวชนของเราจะเติบโตเป็นนักกีฬาที่ดีได้อย่างไร หากเราท่านยังคงปล่อยให้เรื่องลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *